2 โศกนาฏกรรมที่เหล่าสาวกหงส์ผีไม่มีวันลืม

เหตุการณ์ไม่คาดฝัน อุบัติเหตุที่มาพร้อมกับความสูญเสีย ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เราจึงเห็นได้ว่าทุกวันนี้มีการพัฒนาระบบดูแลความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอยู่เสมอ แต่ย้อนไปในอดีตที่เทคโนโลยีทุกอย่างยังไม่ได้ดีแบบทุกวันนี้ได้เคยเกิดเหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่มากมายโดยไม่เว้นแม้แต่ในโลกฟุตบอล เราเลยอยากจะพาทุกท่านหันกลับไปมองเบื้องหลังประวัติศาสตร์อันเลวร้ายที่เคยเกิดขึ้นเพื่อเป็นความรู้และระลึกถึงผู้เสียชีวิตเหล่านั้นกัน โศกนาฏกรรมมิวนิคปี 1958 ถ้าพูดถึงกลุ่มเด็กดาวรุ่งของยูไนเต็ดที่นำพาความสำเร็จมาสู่สโมสร หลาย ๆ คนอาจจะนึกถึงยุค Class Of 92 ที่นำทัพโดยกุนซือระดับตำนานอย่างเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แต่แท้จริงแล้วเคยเกิดเหตุการณ์คล้าย ๆ กันขึ้นในปี 1955-1958 ที่เหล่านักเตะวัยคะนองศึกของปีศาจแดงได้สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วทั้งทวีปยุโรป โดยผลงานที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดคือการเปิดบ้านถล่มอันเดอร์เลชท์ แชมป์จากเบลเยียมไปอย่างขาดลอยด้วยสกอร์ 10 ประตูต่อ 0 ในปี 1956 แต่แล้วความใฝ่ฝันของเหล่าสาวกยูไนเต็ดที่จะได้เห็นเหล่าดาวรุ่งพวกนี้พาสโมสรไปสู่ยุครุ่งเรืองก็ต้องหมดลง เพราะเกิดเหตุการณ์เครื่องบินตกเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1958 เวลา 15.03 น. ขณะกำลังเดินทางกลับเมืองแมนเชสเตอร์หลังพึ่งคว้าชัยเหนือทีมเร้ด สตาร์ เบลเกรด แชมป์จากเซอร์เบีย จนผ่านเข้าไปเล่นรองรองชนะเลิศได้สำเร็จ อุบัติเหตุครั้งนี้ได้คร่าชีวิตเหล่านักเตะและทีมงานไปถึง 23 คน โดยเหลือรอดเพียงแค่

รวม 4 สถิติที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครทำได้ในโลกฟุตบอล

จนถึงปัจจุบันเวลาก็ผ่านมาเกือบ 200 ปีแล้วนับตั้งแต่ที่วงการฟุตบอลอาชีพได้ถือกำเนิดขึ้น เราได้เห็นนักเตะที่มีฝีไม้ลายมือฉกาจฉกรรจ์รวมทั้งสโมสรน้องใหม่มากมายที่แจ้งเกิดจนมีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งล้วนแล้วแต่สร้างผลงานในแบบที่ตราตรึงอยู่ในใจแฟนบอลตลอดมา แต่รู้หรือไม่ว่ามีสถิติใดบ้างที่เกิดขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อจนยากจะหาใครมาทำลายลงได้ ? คงนึกไม่ออกกันใช่ไหม เราเลยจัดการรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจมาให้ทุกคนได้ทราบไปพร้อม ๆ กัน สโมสรที่เล่นอยู่ในลีกสูงสุดนานที่สุดในโลก เราให้เวลาทุกคนได้ทายกันก่อนว่าสโมสรยักษ์ใหญ่รายไหนที่โลดแล่นอยู่ในลีกสูงสุดมานานที่สุดหากนับจากจำนวนปีรวมทั้งหมดที่ได้มีการบันทึกไว้ ระหว่าง เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส, แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, บาเยิร์น มิวนิค และอาร์เซน่อล คำตอบก็คือ ไม่ใช่ทั้งหมดเลย เพราะแท้จริงแล้วทีมที่ได้ถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ว่ามีจำนวนปีที่ลงเล่นในลีกสูงสุดรวมกันมากที่สุดได้แก่ สโมสรเอฟเวอร์ตัน ที่รวมทั้งสิ้นกว่า 116  ปีนับตั้งแต่มีการก่อตั้งลีกฟุตบอลอาชีพของอังกฤษขึ้นมา สุดยอดนายทวารที่ไม่เพียงป้องกัน แต่ยังช่วยทำประตูได้ ณ ดินแดนบราซิล ประเทศที่ถือกำเนิดนักฟุตบอลชื่อดังก้องโลกมาแล้วมากมาย ได้มีนายทวารอัจฉริยะที่สร้างผลงานสุดอัศจรรย์ด้วยการซัดประตูฝ่ายตรงข้ามไปถึง 130 ลูกจาก 600 เกม ชื่อของเขาก็คือ โรเจริโอ เซนี่ ตำนานผู้รักษาประตูแห่งสโมสรเซา เปาโล จากสถิติที่กล่าวมาเท่ากับว่า เขาสามารถทำประตูได้เฉลี่ยทุก

จากเด็กเส้นสู่ผู้กุมบังเหียนทัพสิงโตน้ำเงินคราม แฟรงค์ แลมพาร์ด

กองกลางระดับตำนานที่มีมันสมองอัจฉริยะและซัดลูกบอลผ่านมือผู้รักษาประตูทีมคู่แข่งได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ของสโมสร แน่นอนว่าประโยคนี้ถ้าเราพูดกับเหล่าสาวกเชลซี คนเดียวที่พวกเขาจะนึกถึงนั่นก็คือชายที่ชื่อ แฟรงค์ แลมพาร์ด แต่รู้ไหมว่าก่อนหน้าที่จะมีชื่อเสียงโด่งดังจนเป็นที่รักใคร่ในหมู่แฟน ๆ เส้นทางลูกหนังของเขาไม่ธรรมดาเอาซะเลย มีทั้งเรื่องราวสุดดราม่าและภาพความประทับใจมากมายตลอดชีวิตการค้าแข้ง รวมถึงยังต้องฝ่าฟันเสียงวิจารณ์ต่าง ๆ นา ๆ มานับครั้งไม่ถ้วน ฝันอยากติดทีมชาติตั้งแต่เด็ก เจ้าหนูแลมพาร์ดเกิดในครอบครัวที่มีพื้นฐานทางการเงินที่ดี โดยเป็นบุตรชายของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ซีเนียร์ ตำนานผู้เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าสาวกเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยเหตุนี้เองทำให้ในวัยเด็กของเขาจึงค่อนข้างจะเรียบง่าย มุ่งมั่นขยันศึกษาร่ำเรียนเป็นหลักเท่านั้น อย่างไรก็ตาม อาจเพราะมีคุณพ่อเป็นนักฟุตบอลอาชีพเลยทำให้เจ้าตัวค่อย ๆ ซึมซับความรักที่มีต่อกีฬาประเภทนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ถึงขั้นว่าแม้ตัวเองจะมีความเฉลียวฉลาดและโดดเด่นในด้านวิชาการจนสามารถสอบเทียบมหาลัยได้สบาย ๆ แต่กลับเลือกมุ่งหน้าเดินตามความฝันที่อยากติดทีมชาติอังกฤษสักครั้งในชีวิต เด็กเส้นแห่งทีมเยาวชนเวสต์แฮม เมื่อตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้ว จึงได้รับการแนะนำจากครอบครัวให้เข้าไปฝึกฝนในทีมเยาวชนเวสต์แฮม ซึ่งมันก็คงจะไม่มีเรื่องปวดหัวตามมา ถ้าไม่บังเอิญว่าคุณพ่อกับคุณลุงของเขาดันทำงานเป็นผู้ช่วยโค้ชและผู้จัดการทีมชุดใหญ่อยู่ในขณะนั้น พอเรื่องราวเป็นเช่นนี้ สิ่งที่ตามมาคือคำดูถูกเหยียดหยามว่าเป็น “เด็กเส้น” จากเหล่าแฟนบอลทั่วสารทิศ จนทำให้ตัวแลมพาร์ดเองต้องเผชิญกับแรงกดดันจากทั้งในและนอกสนามอยู่ตลอดเวลา แต่เขาก็จัดการปิดปากเหล่าสาวกได้สำเร็จด้วยผลงาน 38 ประตูจาก 187 นัดตลอดการค้าแข้งในถิ่นเวสต์แฮม

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือผู้ลิขิตชะตาชีวิตปีศาจแดง

ในการศึกสงครามหากคุณสูญเสียผู้บัญชาการกองทัพไป ย่อมมิอาจกำชัยในสมรภูมินั้น ๆ ได้ ประโยคนี้อาจนำมาใช้กับวงการฟุตบอลได้เช่นเดียวกัน เพราะนับตั้งแต่ที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ประกาศวางมือจากตำแหน่งผู้จัดการทีม ใครจะเชื่อว่าสโมสรอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ครองความยิ่งใหญ่มานานแสนนาน กลับต้องพุ่งชนกับความล้มเหลวและพ่ายแพ้ในสังเวียนต่าง ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า เราอยากจะพาคุณย้อนอดีตไปรู้จักกับความเป็นมาของชายผู้นี้กันดีกว่าว่า เหตุใดคนเพียงคนเดียวจึงสร้างผลกระทบไปสู่วงกว้างได้มากมายถึงเพียงนี้ 13 แชมป์ลีก 26 แชมป์บอลถ้วยรายการต่าง ๆ คือสถิติที่ยืนยันถึงความสำเร็จของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ทำไว้ได้เป็นอย่างดี โดยประวัติศาสตร์เปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ปี 1986 ที่ชายคนนี้ก้าวเข้ามากู้ศรัทธาเหล่าแฟนบอลจากสภาวะความตกต่ำที่กำลังจมอยู่ในอันดับที่ 4 จากท้ายตาราง หน้าที่สำคัญของเขาจึงจำเป็นต้องพาทีมหนีรอดจากการตกชั้นให้ได้ ซึ่งสุดท้ายก็ทำได้สำเร็จด้วยการจบอันดับที่ 11 ในท้ายฤดูกาล แถมในปีต่อมายังพาทีมคว้าตำแหน่งรองแชมป์อีกด้วย แต่ ณ ขณะนั้นไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าบนเส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบกำลังมีหายนะรออยู่ เพราะในฤดูกาล 1989/1990 ทีมเริ่มทำผลงานดิ่งลงเหวจนหล่นไปอยู่ท้ายตารางอีกครั้ง เหล่าแฟนบอลที่เคยสนับสนุนจึงเริ่มออกมาประท้วงขับไล่ผู้จัดการทีม

3 ช่วงเวลาแห่งปาฏิหาริย์ของเหล่าสโมสรชั้นนำอังกฤษ

ในฤดูกาล 2018/2019 มีหลาย ๆ เกมการแข่งขันที่ทำให้แฟนบอลแทบคลั่ง ทั้งในนัดที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดพลิกกลับมาชนะปารีส แซงต์ แชร์กแมงแบบที่ไม่มีใครคาดคิด หรือจะเป็นแมตช์ที่ลิเวอร์พูลคืนชีพถล่มบาร์เซโลน่าจนไปคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้อย่างไม่มีใครคาดฝัน แต่จริง ๆ แล้วนี่ยังไม่ใช่ที่สุดของความเร้าใจที่เคยเกิดขึ้นหรอก โดยเราได้ทำการรวบรวม 3 ช่วงเวลาแห่งการเปิดประตูสู่หน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของเหล่าสโมสรชั้นนำอังกฤษมาให้คุณได้ตกตะลึงและหวนนึกถึงกัน แต่ตรงใจใครหลาย ๆ คนหรือไม่ไปดูพร้อม ๆ กันได้เลย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส นี่คือช่วงเวลาที่เหล่าแฟนบอลเรือใบสีฟ้าต่างรอคอย โดย ณ ขณะนั้นทีมมีโอกาสเข้าใกล้บัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกมากที่สุดในรอบ 44 ปีที่ผ่านมา ซึ่งก่อนเริ่มเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลแมนเชสเตอร์ ซิตี้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่างมีคะแนนเท่ากันอยู่ที่ 86 แต้มและเป็นทางซิตี้ที่มีประตูได้เสียดีกว่า ดังนั้นขอแค่เพียงพวกเขาชนะก็จะสามารถคว้าแชมป์มาครองได้ทันที แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นดั่งใจคิด เมื่อช่วงท้ายเกมดันตามหลังคู่แข่งอย่างควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์สอยู่ 1 ประตูต่อ 2

ชายผู้สร้างความมหัศจรรย์ให้แก่วงการสนุกเกอร์ รอนนี่ โอซุลลิแวน

ถ้าวงการบาสเกตบอลมี ไมเคิล จอร์แดน วงการเทนนิสมี โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ วงการกอล์ฟมี ไทเกอร์ วู้ดส์ และวงการฟุตบอลมีลิโอเนล เมสซี่ ที่พวกเขาล้วนเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ที่ราวกับพระเจ้าประทานพรมาแล้วล่ะก็ วงการสนุกเกอร์โลกก็ต้องยกให้ชายที่มีฝีคิวราวกับพ่อมดผู้นี้เลย รอนนี่ โอซุลลิแวน นับตั้งแต่เข้าสู่วงการอาชีพในปี 1992 รอนนี่ได้สร้างความตกตะลึงให้แก่เหล่าสาวกที่คลั่งไคล้กีฬาสนุกเกอร์มาแล้วมากมาย เช่น การใช้เวลาเพียงแค่ 1 ปีหลังจากเทิร์นโปรจัดการโค่นมือวางอันดับหนึ่งของโลกผู้มีฉายาว่า มัจจุราชผมทอง สตีเฟน เฮนดรี จนคว้าถ้วยยูเคแชมเปี้ยนชิพมาครองได้สำเร็จและกลายเป็นแชมป์ที่อายุน้อยที่สุดด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปีเศษเท่านั้น ด้วยความสามารถที่เหนือคำบรรยายนี้เองทำให้ชื่อของเขาถูกบันทึกอยู่บนหน้าประวัติศาสตร์ในฐานะผู้ให้กำเนิดสถิติใหม่ ๆ อีกหลายต่อหลายครั้งจนหาได้มีผู้ใดหาญกล้ามาท้าทาย สถิติที่เร็วแรงทะลุนรก ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นจากความแค้นที่สุมอยู่ภายในอกของเขามาอย่างยาวนานหรือไม่ เพราะในฤดูกาล 2008/2009 รอนนี่ได้เคยพ่ายแพ้ในศึกชิงชนะเลิศรายการเซี่ยงไฮ้ มาสเตอร์ส ให้แก่นักสนุกเกอร์ดาวรุ่งที่ชื่อ ริกกี้ วอลเดน ไป 8 ต่อ 10 เฟรม ทำให้พอมีโอกาสได้กลับมาดวลกันอีกครั้งในรายการเดอะมาสเตอร์ส 2014

เปเล่ อัจฉริยะผู้เป็นต้นแบบของนักฟุตบอลบราซิล

ในวงการฟุตบอล ไม่มีใครที่สามารถปฏิเสธได้ว่า บราซิล เป็นแหล่งกำเนิดนักฟุตบอลอาชีพที่เปี่ยมล้นไปด้วยพรสวรรค์ จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจถ้าเวลาเรานึกถึงนักฟุตบอลเก่ง ๆ สักคนหนึ่งแล้วมีชื่อพ่อค้าแข้งจากแดนแซมบ้าติดมาด้วย ซึ่งโดยส่วนมากหลาย ๆ คนอาจจะนึกถึง 3 ประสานทรีโอ แห่งยุค 90 อย่าง ริวัลโด้ โรนัลดินโญ่ และโรนัลโด้ ที่ช่วยกันพาทีมชาติกวาดความสำเร็จมาแล้วมากมาย พร้อมสร้างชื่อเสียงกับสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วทั้งทวีปยุโรป แต่คุณลองไปถามพวกเขาเหล่านี้สิว่าใครคือผู้ที่เก่งกาจที่สุด คำตอบจะต้องเป็น เปเล่ เจ้าของฉายาไข่มุกดำอย่างแน่นอน และเพื่อเป็นการยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้ยกย่องกันเกิดเหตุ เราจะยกสถิติที่เกิดขึ้นด้วยฝีเท้าของชายผู้มาสัก 3 ตัวอย่างให้ได้ชมกัน จำนวนประตูที่ทำได้ตลอดการค้าแข้ง ณ ปัจจุบัน ขณะที่ 2 นักฟุตบอลอัจฉริยะแห่งยุคอย่างลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กำลังแข่งกันสร้างสถิติใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในวงการฟุตบอล มีอยู่สถิติหนึ่งที่พวกเขาแทบจะไม่มีทางทำลายมันได้เลย นั่นก็คือจำนวนการยิงประตูตลอดกาลที่เปเล่ได้ทำไว้ เพราะชายผิวสีชาวบราซิลรายนี้เคยซัดไปถึง 1,283 ประตูจาก 1,363

ความบันเทิงสุดยิ่งใหญ่ระดับโลกช่วงพักครึ่ง ซูเปอร์โบวล์

ในเกมกีฬาแทบทุกประเภท จะมีช่วงเวลาพักครึ่งคั่นกลางระหว่างการแข่งขัน เพื่อให้นักกีฬาได้พักคลายกล้ามเนื้อ และให้โค้ชแก้ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในครึ่งแรก โดยช่วงเวลาพักนี้กินเวลานานกว่า 10 นาที ซึ่งอาจทำให้ผู้ชมในสนามเกิดความเบื่อหน่ายระหว่างรอให้การแข่งขันกลับมาเริ่มอีกครั้ง ทางสนามกีฬาจึงมักใช้การเปิดเพลงเชียร์ เพื่อไม่ให้บรรยากาศในสนามเงียบเหงาจนเกินไป แต่สำหรับชาวอเมริกันแล้ว ช่วงเวลาพักนี้ช่างเต็มไปด้วยสีสัน สนามกีฬาของอเมริกันชน ขึ้นชื่อมากในเรื่องการหากิจกรรมความบันเทิงต่าง ๆ มานำเสนอให้กับผู้ชมในสนามระหว่างพักครึ่งเวลาการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น “เชียร์ลีดเดอร์” ที่ได้สาวสวยหุ่นเซ็กซี่มานำเชียร์ประกอบเพลงสนุกสนาน จนคนไทยเรียกการเชียร์แบบนี้จนติดปากว่า “อเมริกันเชียร์”, “Kiss-Cam” กล้องถ่ายทอดสดในสนามจะฉายภาพคู่รักขึ้นจอ แล้วเชิญชวนให้ทั้งคู่แสดงความรักด้วยการจูบต่อหน้าผู้ชมทั่วทั้งสนาม โดยกิจกรรมเหล่านี้ต่างได้รับความร่วมมือที่ดีจากผู้ชมทั้งสนาม แต่กิจกรรมระหว่างพักครึ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด ต้องยกให้การแสดงในช่วงเวลาพักครึ่งการแข่งขัน “ซูเปอร์โบวล์” ซูเปอร์โบวล์ เป็นการแข่งขันชิงแชมป์อเมริกันฟุตบอลอาชีพประจำปีของ “เนชั่นฟุตบอลลีก” (NFL) ซึ่งจัดขึ้นประจำทุกปีในวันอาทิตย์สัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม หรือไม่ก็วันอาทิตย์สัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ โดยแข่งขันคัดเลือกจาก 32 ทีมทั่วประเทศ จนได้ 2 ทีมที่ดีที่สุดมาปะทะกันในศึกที่มีผู้ติดตามเชียร์มากกว่า 150 ล้านคน ถือเป็นรายการโทรทัศน์ที่มีผู้ชมมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา มีรายงานว่าการแข่งขันปี 2019 ค่าโฆษณามีมูลค่าสูงถึง 175,000

3 สุภาพบุรุษวงการลูกหนัง ที่แฟนบอลทั่วโลกล้วนให้การยอบรับ

คำว่านักกีฬาที่ดีนั้น เราอาจแปลได้หลายความหมายทั้งผู้มีความเก่งกาจด้านทักษะความสามารถ หรือโดดเด่นเรื่องร่างกายที่แข็งแรงกำยำ แต่แท้จริงแล้วยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นคือ ความมีน้ำใจนักกีฬา ซึ่งในโลกของนักฟุตบอลอาชีพก็มีบางคนที่น่ายกย่องถึงขั้นว่าแม้แต่ฝ่ายตรงข้ามก็ยังต้องให้ความเคารพนับถือ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ศูนย์หน้าเจ้าของสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกรายนี้ ไม่ได้มีดีเพียงแค่ฝีเท้าที่คมกริบไว้คอยผลิตสกอร์ให้กับทีมเท่านั้น แต่จิตใจที่เที่ยงตรงต่อความยุติธรรมของเขาไม่ว่าใครต่างก็ต้องยกนิ้วให้ เหตุการณ์ที่แฟนบอลลีกกัลโช่ เซเรีย อาน่าจะจดจำกันได้ดีก็คือเมื่อครั้งสมัยที่ โคลเซ่ ยังค้าแข้งอยู่กับลาซิโอและต้องทำศึกดวลกับยอดทีมอย่างนาโปลี โดยในตอนนั้นเขาทำประตูให้กับทีมได้จากลูกเตะมุมที่เพื่อนร่วมทีมเปิดมา ซึ่งเหตุการณ์ก็ดูเหมือนไม่น่าจะมีอะไรถ้าไม่ใช่ว่าบอลไปโดนมือของเขาก่อนเข้าประตู ภายหลังที่ทางผู้ตัดสินให้ฝั่งลาซิโอได้ประตูไปนั้น โคลเซ่รีบวิ่งเข้าไปชี้แจงอย่างรวดเร็วว่านี่เป็นการตัดสินที่ผิดพลาด และเมื่อผู้ตัดสินพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงให้ประตูดังกล่าวเป็นโมฆะ ทำให้ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามต่างเดินเข้ามาขอจับมือและแฟนบอลทั่วทั้งสนามล้วนปรบมือเพื่อให้เกียรติแด่การกระทำของชายผู้นี้ ไรอัน กิ๊กส์ พฤติกรรมนอกสนามของเขาอาจมีปัญหาอยู่บ้างในเรื่องของครอบครัว แต่หากนับแค่การค้าแข้งในวงการฟุตบอลแล้วล่ะก็ ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า ไรอัน กิ๊กส์ คือคนที่มีความเป็นมืออาชีพสูงที่สุดคนหนึ่ง แชมป์พรีเมียร์ลีก 13 สมัย แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย แชมเอฟเอคัพ 4 สมัย อาจเป็นเครื่องการันตีความยอดเยี่ยมที่ทำให้แฟนบอลต่างพากันยกย่องในความสามารถของเขา แต่สิ่งที่น่าชื่นชมยิ่งกว่านั้นคือ ตลอดการค้าแข้ง 24 ปีกับทางยูไนเต็ด กิ๊กส์ไม่เคยได้รับใบแดงจากกรรมการเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งที่ลงเล่นในตำแหน่งตัวริมเส้นที่ต้องเผชิญหน้ากับการเข้าสกัดอันรุนแรงของกองหลังฝ่ายตรงข้ามอยู่บ่อยครั้ง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับแผงปราการเหล็กกล้ามูลค่า 8 พันล้าน

ตั้งแต่ที่ได้กุนซืออย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เข้ามาบัญชาการทัพ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็มีผลงานเกมรุกยอดเยี่ยมโดยยิงรวมกันไปไม่น้อยกว่าฤดูกาลละ 100 ประตูจนคู่ต่อสู้ต่างพากันหวาดผวา ซึ่งตรงจุดนี้อาจทำให้หลาย ๆ คนลืมไปว่าแท้จริงแล้ว ก่อนจะมีเกมรุกที่ประสิทธิภาพยอดเยี่ยมขนาดนี้ สิ่งแรกที่เป๊ปเข้ามารื้อระบบและเสริมจุดบกพร่องก่อนเลยคือ แผงเกมรับ จากสถิติการซื้อขายของทางซิตี้ ได้ใช้เงินซื้อแผงปราการหลังไปทั้งสิ้นกว่า 229 ล้านยูโรหรือคิดเป็นเงินไทยราว ๆ 8 พันล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละคนจะทำผลงานได้คุ้มกับค่าตัวหรือไม่เราจะพาไปเจาะลึกสถิติต่าง ๆ กัน จอห์น สโตนส์ ถือเป็นคนแรกในบรรดากองหลังที่เป็ปได้สั่งนำเข้ามาจากเอฟเวอร์ตันด้วยมูลค่า 55 ล้านยูโร ซึ่งจุดเด่นของนักเตะรายนี้อยู่ที่การออกบอลจากแดนหลังได้ดี โดยมีสถิติบันทึกไว้ว่าตลอด 3 ปีที่ย้ายมาอยู่กับเรือใบสีฟ้า สโตนส์มีอัตราการผ่านบอลสำเร็จไม่เคยต่ำกว่า 91% แถมค่าเฉลี่ยที่เรากำลังพูดอยู่นี้ยังรวมการจ่ายบอลยาวที่มากถึง 4.3 ครั้งต่อเกมอีกด้วย ขณะที่การเคลียร์บอลอันตรายและดวลลูกกลางอากาศก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยทำได้ที่เกมละ 2.5 ครั้งโดยเฉลี่ย เบนฌาแม็ง เมนดี้ แบ็คซ้ายสัญชาติฝรั่งเศสย้ายมาจากโมนาโก้ด้วยค่าตัว 58 ล้านยูโร